Category: knowledge
-

อาหารเช้า: มื้อเติมพลังวัยเก๋า เคล็ดลับคุม “หวาน มัน เค็ม” เพื่อสุขภาพที่ยั่งยืน
“สูงวัย.ไทย” ตระหนักดีว่า “อาหารเช้า” ไม่ใช่แค่การกินให้อิ่มท้อง แต่คือรากฐานสำคัญของสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เพราะหลังจากร่างกายพักผ่อนมาตลอดทั้งคืน ระดับน้ำตาลในเลือดจะต่ำลง การเติมพลังงานด้วยมื้อเช้าที่คุณภาพดีจึงช่วยให้สมองสดใส ป้องกันอาการหน้ามืด และช่วยให้ระบบการเผาผลาญทำงานได้อย่างสมดุล อย่างไรก็ตาม การเลือกอาหารเช้าสำหรับวัยเก๋านั้นมี “สูตรลับ” ที่ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ คือการควบคุม “หวาน มัน เค็ม” เพื่อป้องกันโรคเรื้อรังที่อาจตามมา 3 หัวใจหลักในการเลือกมื้อเช้าให้ปลอดภัย 1. ลดหวาน: ป้องกันเบาหวานและอาการอ่อนเพลีย ผู้สูงอายุควรหลีกเลี่ยงมื้อเช้าที่หนักแป้งขัดขาวและน้ำตาล เช่น ขนมปังขาวทาแยมหนาๆ หรือกาแฟใส่นมข้นหวานจำนวนมาก เพราะจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและตกลงมาทำให้เพลียระหว่างวัน 2. เลี่ยงมัน: ถนอมหัวใจและหลอดเลือด มื้อเช้ายอดฮิตอย่าง ปาท่องโก๋ทอด หมูปิ้งติดมัน หรือข้าวเหนียวหมูทอด แม้จะอร่อยแต่แฝงไปด้วยไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ ซึ่งส่งผลเสียต่อระดับคอลเลสเตอรอลในเลือด 3. เบาเค็ม: คุมความดันโลหิต ถนอมไต อาหารแปรรูปอย่าง ไส้กรอก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หรือแม้แต่เครื่องปรุงรสในปริมาณที่มากเกินไป มีโซเดียมสูงมาก ซึ่งเป็นตัวการหลักที่ทำให้ความดันโลหิตสูงและไตทำงานหนัก เมนูแนะนำ “วัยเก๋าสุขใจ” จาก สูงวัย.ไทย ดูแลตัวเองง่ายๆ ด้วยแอป “สูงวัย.ไทย”…
-

นอนหลับให้มากกว่าเดิม ดีอย่างไร? เคล็ดลับเพื่อสุขภาพดีของสูงวัย.ไทย
โดย สูงวัย.ไทย หลายท่านมักมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ ทั้งนอนไม่หลับ หลับไม่สนิท หรือตื่นกลางดึก และมักคิดว่าเมื่ออายุมากขึ้น ความต้องการในการนอนจะน้อยลง ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนครับ ความจริงแล้ว การนอนหลับที่มีคุณภาพและเพียงพอ (โดยทั่วไปแนะนำประมาณ 7-8 ชั่วโมงต่อคืน แม้ในวัยสูงอายุ) ไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็นการซ่อมแซมและบำรุงรักษาระบบสำคัญต่างๆ ของร่างกายและสมอง การตั้งใจ “นอนหลับให้ได้มากกว่าเดิมและมีคุณภาพดีขึ้น” จึงเป็นกุญแจสำคัญสู่การมีสุขภาพที่ดีและอายุยืนยาวอย่างมีความสุข 5 เหตุผลที่ “นอนหลับให้มากกว่าเดิม” ดีต่อสุขภาพสูงวัย 1. บำรุงและฟื้นฟูสมอง ลดความเสี่ยงสมองเสื่อม ขณะที่เราหลับ โดยเฉพาะช่วงหลับลึก สมองจะทำหน้าที่ “ชะล้างของเสีย” (waste clearance) ที่สะสมในระหว่างวัน ซึ่งรวมถึงโปรตีนที่ไม่ดี (เช่น Beta-Amyloid) ที่เชื่อมโยงกับโรคอัลไซเมอร์ การนอนหลับที่เพียงพอและมีคุณภาพจึงช่วย: 2. ควบคุมอารมณ์และลดความเสี่ยงซึมเศร้า การนอนน้อยหรือหลับไม่สนิทส่งผลโดยตรงต่อระดับฮอร์โมนในสมอง ทำให้หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล และเพิ่มความเสี่ยงของโรคซึมเศร้า ซึ่งเป็นภัยเงียบในผู้สูงอายุ การได้นอนหลับเต็มที่ช่วยให้: 3. เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อ ระบบภูมิคุ้มกัน (Immune System) ทำงานได้ดีที่สุดเมื่อเราพักผ่อน…
-

เกษียณอย่างมีความสุข: 5 สิ่งที่ต้องเตรียมพร้อมสำหรับชีวิตหลังวัยทำงาน
โดย สูงวัย.ไทย วัยเกษียณคือช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนและทำในสิ่งที่รักหลังจากทำงานหนักมาทั้งชีวิต แต่การจะใช้ชีวิตหลังเกษียณได้อย่างราบรื่นและมีความสุขนั้น การเตรียมตัวล่วงหน้า เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง สูงวัย.ไทย ขอสรุป 5 เรื่องหลักที่คุณควรเริ่มวางแผนตั้งแต่วันนี้ 1. วางแผนการเงิน: “เงินต้องอยู่รอดกว่าเรา” เรื่องเงินคือหัวใจสำคัญของการเกษียณอย่างมั่นคง ลองคิดดูว่าหลังเกษียณคุณจะมีค่าใช้จ่ายต่อเดือนเท่าไร และจะอยู่ได้กี่ปี 2. เตรียมพร้อมด้านสุขภาพ: “สุขภาพดีคือลาภอันประเสริฐ” เมื่ออายุมากขึ้น สุขภาพกายและสุขภาพจิตย่อมต้องการการดูแลเป็นพิเศษ 3. วางแผนการใช้เวลา: “ชีวิตใหม่ที่ไม่น่าเบื่อ” การเกษียณไม่ได้แปลว่าอยู่ว่างๆ แต่คือการได้ทำสิ่งที่อยากทำมาตลอด 4. สร้างความสัมพันธ์ในสังคม: “อย่าปล่อยให้ตัวเองเหงา” ความเหงาและความโดดเดี่ยวเป็นภัยเงียบของผู้สูงอายุ การคงไว้ซึ่งความสัมพันธ์ที่ดีจึงสำคัญมาก 5. เตรียมที่อยู่อาศัย: “บ้านที่ตอบโจทย์วัยเกษียณ” พิจารณาความเหมาะสมของที่อยู่อาศัยในวัยเกษียณ ทั้งในแง่ความสะดวกสบายและความปลอดภัย การเตรียมตัวในวัยเกษียณไม่ใช่เรื่องของพรุ่งนี้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ การวางแผนที่ดีจะทำให้คุณสามารถก้าวเข้าสู่ช่วงชีวิตใหม่ได้อย่างมั่นใจ มีความสุข และมีคุณค่าในทุกๆ วัน คุณเริ่มวางแผนเรื่องไหนไปแล้วบ้าง?
-

วิธีบำบัดความเครียดด้วยตนเองตามระดับ
ความเครียดเป็นเรื่องปกติที่ใคร ๆ ก็เจอได้ แต่การรับมือกับมันต่างหากที่สำคัญ ลองใช้วิธีเหล่านี้เพื่อจัดการความเครียดด้วยตัวเองตามระดับที่คุณกำลังเผชิญอยู่ 1. ไม่รู้สึกเครียด แม้จะยังไม่เครียด ก็ควรรักษาความสบายใจนี้ไว้และป้องกันไม่ให้ความเครียดเข้ามาในชีวิต การสร้างนิสัยที่ดีตั้งแต่ตอนนี้จะช่วยให้คุณรับมือได้ดีขึ้นในอนาคต 2. รู้สึกเครียดเล็กน้อย ในระดับนี้ คุณอาจเริ่มรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย หรือมีเรื่องให้ต้องคิดเยอะ ลองหันมาใส่ใจกับการผ่อนคลายและจัดการความคิดเพื่อไม่ให้ความเครียดสะสม 3. รู้สึกเครียดปานกลาง เมื่อความเครียดเริ่มมากขึ้นจนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันเล็กน้อย คุณอาจต้องหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาและมองหาทางออกอย่างจริงจัง 4. รู้สึกเครียดมาก ในระดับนี้ ความเครียดอาจส่งผลกระทบอย่างเห็นได้ชัดต่ออารมณ์ การนอนหลับ หรือการทำงาน คุณอาจต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมและการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต 5. รู้สึกเครียดมากที่สุด หากคุณรู้สึกเครียดมากที่สุด จนส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตประจำวัน มีอาการทางร่างกาย หรือรู้สึกสิ้นหวัง นี่เป็นสัญญาณว่าคุณไม่ควรเก็บไว้คนเดียว และ ควรขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทันที จำไว้ว่า การจัดการความเครียดเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและความอดทน หากวิธีการเหล่านี้ยังไม่เพียงพอ หรือความเครียดเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างรุนแรง การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญคือสิ่งที่ดีที่สุด เพื่อสุขภาพกายและใจที่ดีของคุณค่ะ คุณคิดว่าความเครียดของคุณอยู่ในระดับไหนตอนนี้คะ?
-

เครียดเมื่อไหร่ ทำได้เลย!
สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านสูงวัย.ไทย ทุกท่าน วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงเรื่องใกล้ตัวที่หลายท่านอาจกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือ ความเครียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสุขภาพ การเงิน ความสัมพันธ์ หรือแม้แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน ความเครียดสามารถกัดกินความสุขของเราได้โดยไม่รู้ตัว แต่ข่าวดีคือ มีวิธีง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ด้วยตัวเอง ทันทีที่รู้สึกเครียด เพื่อคลายความตึงเครียดและกลับมาสบายใจอีกครั้งค่ะ 1. ฝึกหายใจเข้า-ออกลึกๆ: เติมออกซิเจนให้สมอง ปลดล็อกความตึงเครียด เมื่อเราเครียด ร่างกายจะตอบสนองด้วยการหายใจถี่และตื้นขึ้น ทำให้ได้รับออกซิเจนไม่เพียงพอ ลองใช้เทคนิคการหายใจลึกๆ เพื่อปรับสมดุลและส่งสัญญาณให้ร่างกายผ่อนคลาย วิธีทำ: 2. ขยับตัวเบาๆ: ปล่อยพลังงานลบ สลายความอึดอัด ความเครียดมักทำให้เรารู้สึกอึดอัดและอยากอยู่เฉยๆ แต่การขยับตัวเล็กน้อยกลับช่วยปลดปล่อยฮอร์โมนแห่งความสุข (เอนดอร์ฟิน) และลดฮอร์โมนความเครียดลงได้ วิธีทำ: 3. ดื่มน้ำอุ่นๆ ช้าๆ: ปลอบประโลมร่างกาย คลายความกังวล การจิบน้ำอุ่นๆ ช้าๆ เป็นการปลอบประโลมร่างกายจากภายใน ช่วยให้ระบบประสาทสงบลง และยังช่วยลดอาการปวดหัวที่เกิดจากความเครียดได้ด้วย วิธีทำ: 4. เขียนระบายความรู้สึก: ปล่อยวางความคิด จัดระเบียบในใจ บางครั้งความเครียดมาจากความคิดที่ฟุ้งซ่านอยู่ในหัว การเขียนระบายออกมาช่วยให้เราได้ปลดปล่อยความรู้สึก และมองเห็นปัญหาได้ชัดเจนขึ้น วิธีทำ:…
-

อาหารเค็ม ของหวาน ข้าวหรือขนมปัง: อันตรายต่อร่างกายจริงหรือ?
สวัสดีครับคุณผู้อ่านชาวสูงวัย.ไทย ทุกท่าน วันนี้เราจะมาพูดคุยถึงประเด็นอาหารที่ดูเหมือนจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน แต่แฝงไว้ด้วยอันตรายหากบริโภคมากเกินไป นั่นคือ อาหารเค็ม ของหวาน และกลุ่มข้าวหรือขนมปัง หลายท่านอาจเคยได้ยินคำเตือนบ่อยๆ แต่สงสัยว่าอันตรายจริงหรือ แล้วทำไมจึงเป็นเช่นนั้น วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันครับ 1. อาหารเค็ม: รสชาติที่นำไปสู่ภัยเงียบ รสเค็มที่มาจากโซเดียม มีบทบาทสำคัญในการควบคุมสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย แต่เมื่อได้รับมากเกินไป โดยเฉพาะในผู้สูงวัยที่ไตอาจทำงานไม่เต็มที่เหมือนเดิม จะส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง อันตรายที่แฝงมากับความเค็ม: แหล่งโซเดียมที่ควรระวัง: 2. ของหวาน: ความสุขชั่วคราวที่สร้างภาระให้ร่างกาย น้ำตาลให้พลังงานและสร้างความสดชื่นได้ในทันที แต่การบริโภคน้ำตาลที่มากเกินไป โดยเฉพาะน้ำตาลที่เติมเพิ่ม (Added Sugar) จะส่งผลเสียต่อร่างกายในระยะยาว อันตรายที่มากับความหวาน: แหล่งน้ำตาลที่ควรลด: 3. ข้าวหรือขนมปัง (คาร์โบไฮเดรต): พลังงานหลักที่ต้องบริโภคอย่างพอดี ข้าวและขนมปังเป็นแหล่งพลังงานหลักที่สำคัญของร่างกาย แต่คาร์โบไฮเดรตที่ผ่านการขัดสีสูง เช่น ข้าวขาว ขนมปังขาว หากบริโภคในปริมาณที่มากเกินความจำเป็นและไม่สมดุลกับพลังงานที่ใช้ไป จะกลายเป็นภัยเงียบได้เช่นกัน อันตรายที่มากับคาร์โบไฮเดรตที่มากเกินไป (โดยเฉพาะชนิดขัดสี): ทางเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ดีกว่า: สรุป: สมดุลคือหัวใจสำคัญ อาหารเค็ม ของหวาน และคาร์โบไฮเดรต ไม่ใช่อาหารต้องห้ามเสียทีเดียว หากแต่คืออาหารที่เราควรบริโภคอย่างมีสติและพอดี ผู้สูงวัยทุกท่านควร:…
-

เช็คอินความรู้สึก: ชวนคนในชุมชนวัดระดับ “ความเหงา” เป็นประจำ เพื่อใจที่เข้มแข็งและสังคมที่อบอุ่น
ในชีวิตประจำวันที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว เราอาจละเลยความรู้สึกภายในใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึก “เหงา” ที่มักถูกมองข้าม หรือถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้รอยยิ้มและกิจวัตรที่ดูเหมือนปกติ แต่ความเหงาที่สะสมอยู่เงียบๆ นั้น เปรียบเสมือนภัยเงียบที่บั่นทอนสุขภาพกายและใจของเราอย่างไม่รู้ตัว บทความนี้จึงขอเชิญชวนทุกท่านในชุมชนของเรา มา “เช็คอินความรู้สึก” และวัดระดับความเหงาของตนเองเป็นประจำ เพื่อให้เราได้ตระหนักถึงสภาวะทางอารมณ์ของตนเอง และสามารถดูแลใจ รวมถึงสร้างสังคมที่เข้าใจและใส่ใจกันมากยิ่งขึ้น ทำไมต้องวัด “ความเหงา” เป็นประจำ? วิธีง่ายๆ ในการ “วัดความเหงา” ด้วยตนเอง: มีเครื่องมือและวิธีการง่ายๆ ที่เราสามารถนำมาใช้ประเมินระดับความเหงาของตนเองได้เป็นประจำ: เมื่อวัดระดับความเหงาแล้ว จะทำอย่างไรต่อไป? ชุมชนของเรา…บ้านที่อบอุ่น: การวัดความเหงาเป็นเพียงก้าวแรก สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการสร้างชุมชนที่เข้มแข็งและใส่ใจซึ่งกันและกัน การทักทายเพื่อนบ้าน การเข้าร่วมกิจกรรมในชุมชน การอาสาช่วยเหลือผู้อื่น การเปิดใจรับฟังและแบ่งปันเรื่องราว เหล่านี้คือ “ยา” ที่ช่วยบรรเทาความเหงาและสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ขอเชิญชวนทุกท่านในชุมชนของเรา มาร่วมกันสร้างวัฒนธรรมของการ “เช็คอินความรู้สึก” เป็นประจำ เพื่อให้เราทุกคนสามารถดูแลใจตนเองและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมที่อบอุ่นและเข้าใจกันอย่างแท้จริง เพราะในชุมชนที่เข้มแข็ง ไม่มีใครต้องเผชิญกับความเหงาเพียงลำพัง
-

Loneliness awareness
ความเงียบที่กัดกิน: สร้างความตระหนักถึงอันตรายของความเหงาในผู้สูงวัยกับการดูแลตนเอง ในวัยที่ล่วงเลย กาลเวลาอาจนำมาซึ่งความสงบ แต่สำหรับผู้สูงวัยหลายท่าน ความสงบนั้นกลับกลายเป็นความเงียบที่แสนโดดเดี่ยว ความเหงาไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึกว้าเหว่ แต่เป็นภัยเงียบที่บั่นทอนทั้งสุขภาพกายและใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการดูแลตนเองในเรื่องพื้นฐานอย่างอาหารและการแต่งกาย ความเหงาในผู้สูงวัยสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสียคู่ชีวิต เพื่อนฝูง หรือญาติสนิท การที่บุตรหลานเติบโตและแยกย้ายไปมีครอบครัว หรือแม้แต่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายและสังคมที่ทำให้การเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ น้อยลง เมื่อความเหงาเข้ามาปกคลุม ชีวิตประจำวันของผู้สูงวัยก็อาจเปลี่ยนแปลงไปอย่างน่ากังวล ผลกระทบของความเหงาต่อการดูแลตนเองเรื่องอาหาร: ผลกระทบของความเหงาต่อการดูแลตนเองเรื่องการแต่งกาย: การสร้างความตระหนักรู้และแนวทางการช่วยเหลือ: การสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายของความเหงาในผู้สูงวัยเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อกระตุ้นให้สังคมและครอบครัวหันมาใส่ใจและให้ความช่วยเหลือ โดยมีแนวทางดังนี้: ความเหงาไม่ใช่เรื่องส่วนตัวของผู้สูงวัยเพียงเท่านั้น แต่เป็นปัญหาทางสังคมที่เราทุกคนมีส่วนร่วมในการแก้ไข การสร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจถึงผลกระทบของความเหงา และการร่วมมือกันในการสร้างสภาพแวดล้อมที่อบอุ่นและเอื้อต่อการมีปฏิสัมพันธ์ จะช่วยให้ผู้สูงวัยสามารถดูแลตนเองได้อย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดี และก้าวเข้าสู่วัยชราอย่างมีความสุขและไม่โดดเดี่ยว
-

วัยเก๋าใจเหงา ป้องกันได้ด้วยความสัมพันธ์ที่อบอุ่น
เมื่อก้าวเข้าสู่วัยสูงอายุ หลายท่านอาจต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิต ทั้งการเกษียณอายุ การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก หรือการเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกายและสุขภาพ สิ่งเหล่านี้อาจนำไปสู่ความรู้สึกเหงา ว้าเหว่ และโดดเดี่ยว ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพกายและใจของผู้สูงวัยได้ “ความเหงา” ภัยเงียบที่ผู้สูงวัยต้องระวัง ความเหงาไม่ใช่แค่ความรู้สึกเศร้า แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง งานวิจัยพบว่าผู้สูงอายุที่รู้สึกเหงามีความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคซึมเศร้า และภาวะสมองเสื่อม มากกว่าผู้สูงอายุที่ไม่รู้สึกเหงา สร้างเกราะป้องกันความเหงาด้วย “ความสัมพันธ์” การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับครอบครัว เพื่อนฝูง และคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญในการป้องกันความเหงาในผู้สูงวัย เคล็ดลับเพิ่มเติมสำหรับผู้สูงวัย: ลูกหลานและคนใกล้ชิดก็มีส่วนช่วยได้: การดูแลเอาใจใส่ผู้สูงวัยด้วยความรักและความเข้าใจ จะช่วยให้พวกท่านมีชีวิตที่สดใสและมีความสุขในบั้นปลายชีวิต
-

ไข้หวัดใหญ่ ภัยร้ายใกล้ตัวผู้สูงวัย
เข้าสู่ช่วงฤดูฝนทีไร โรคไข้หวัดใหญ่ก็กลับมาระบาดทุกที โดยเฉพาะในกลุ่มผู้สูงวัยที่มีภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติลดลง ทำให้มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ได้ง่ายและมีอาการรุนแรงกว่าคนทั่วไป ไข้หวัดใหญ่ VS ไข้หวัดธรรมดา ต่างกันอย่างไร? หลายคนอาจสับสนระหว่างไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดธรรมดา แต่ทั้งสองโรคนี้มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจน ทำไมผู้สูงวัยถึงเสี่ยงต่อไข้หวัดใหญ่มากกว่าคนทั่วไป? วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ในผู้สูงวัย สัญญาณอันตรายที่ควรไปพบแพทย์ การดูแลสุขภาพของผู้สูงวัยให้แข็งแรงอยู่เสมอ และการสังเกตอาการผิดปกติต่าง ๆ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากมีอาการป่วย ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้สูงวัยมีสุขภาพที่ดีและมีความสุขในทุก ๆ วัน
-

อ่านฉลาก สบายท้อง ไม่อ้วนเกินวัย
สวัสดีครับคุณผู้อ่านสูงวัยทุกท่าน ยุคนี้สมัยนี้ เรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญมากนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพวกเราที่อายุมากขึ้น ร่างกายก็ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ การกินอาหารให้ถูกต้องตามหลักโภชนาการจึงเป็นเรื่องที่ละเลยไม่ได้เลย หนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เรากินอาหารได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับวัย ก็คือ “ฉลากโภชนาการ” ที่ติดอยู่บนบรรจุภัณฑ์อาหารต่างๆ นั่นเองครับ หลายท่านอาจจะมองผ่านๆ หรือไม่เคยใส่ใจ แต่รู้หรือไม่ครับว่า ฉลากเล็กๆ นี่แหละ มีข้อมูลสำคัญมากมาย ที่จะช่วยให้เรากินอาหารได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญ ช่วยควบคุมน้ำหนัก ไม่ให้อ้วนเกินวัยด้วยนะครับ ฉลากโภชนาการ บอกอะไรเราบ้าง? บนฉลากโภชนาการ จะมีข้อมูลสำคัญๆ ดังนี้ครับ อ่านฉลากอย่างไร ให้ห่างไกลโรคอ้วน? เคล็ดลับเพิ่มเติม การอ่านฉลากโภชนาการ อาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แต่จริงๆ แล้ว เป็นเรื่องที่มีประโยชน์มาก และสามารถช่วยให้เรามีสุขภาพที่ดี และมีชีวิตที่ยืนยาวได้นะครับ ลองนำไปปรับใช้กันดูนะครับ ตัวอย่าง การวิเคราะห์ฉลากโภชนาการ: สลัดมิกซ์ออร์แกนิค ตรา อีซีเฟรช จากภาพฉลากโภชนาการของสลัดมิกซ์ออร์แกนิค ตรา อีซีเฟรช สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้ดังนี้: ข้อมูลทั่วไป: ข้อมูลโภชนาการ: ข้อมูลอื่นๆ: การวิเคราะห์: สรุป: สลัดมิกซ์ออร์แกนิค ตรา อีซีเฟรช…
-

ความดันสูงไม่หวั่น ปรับอาหาร ออกกำลังกาย สู่ชีวิตสดใสในวัยเก๋า
สวัสดีครับคุณผู้อ่านสูงวัยทุกท่าน อายุที่เพิ่มขึ้น นอกจากจะนำมาซึ่งประสบการณ์ชีวิตอันมีค่าแล้ว ยังอาจนำมาซึ่งปัญหาสุขภาพต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โรคความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นภัยเงียบที่พบได้บ่อยในผู้สูงวัย วันนี้เรามีข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับการปรับอาหารและการออกกำลังกาย เพื่อช่วยควบคุมความดันโลหิต ให้คุณสูงวัยมีสุขภาพแข็งแรง ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ไปพร้อมกับลูกหลาน มาฝากกันครับ ทำความรู้จักกับโรคความดันโลหิตสูง ความดันโลหิตสูง คือ ภาวะที่แรงดันเลือดในหลอดเลือดแดงสูงกว่าปกติ ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้ อาจนำไปสู่โรคแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไต เป็นต้น ปรับอาหาร ลดความดัน ออกกำลังกาย สู่ชีวิตที่แข็งแรง การออกกำลังกายเป็นประจำ ช่วยให้หัวใจแข็งแรง ควบคุมความดันโลหิต และลดความเสี่ยงต่อโรคต่างๆ ตัวอย่างอาหารและกิจกรรมที่เหมาะสม เคล็ดลับเพิ่มเติม หมายเหตุ: บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนคำแนะนำจากแพทย์ได้ ควรปรึกษาแพทย์ ก่อนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกิน หรือเริ่มออกกำลังกาย ขอให้คุณผู้อ่านสูงวัยทุกท่าน มีสุขภาพแข็งแรง และมีความสุขกับชีวิตในทุกๆ วันนะครับ

